
7 กิจวัตรความดี เป็นแนวทางการพัฒนาตนเองที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังผ่านกิจวัตรประจำวันที่สามารถฝึกฝนได้ในทุกวัน กิจวัตรเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้จิตใจสงบเบิกบานมีสติ รู้เท่าทันอารมณ์เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้เกิด 7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูงด้วย ดังนี้
1. รักษาศีล 5 : ควบคุมตนเอง มุ่งสู่อนาคต
การรักษาศีล 5 เป็นพื้นฐานสำคัญในการเป็นคนดีมีคุณธรรม เริ่มต้นจากการควบคุมกายวาจา ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นสอดคล้องกับนิสัย “โปรแอคทีฟ” ที่มุ่งเน้นให้รับผิดชอบต่อการกระทำไม่โทษสภาพแวดล้อม ไม่ตกอยู่ภายใต้สภาวะอารมณ์เลือกที่จะตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆอย่างสร้างสรรค์เป็นการปลดล็อกศักยภาพภายใน มุ่งสู่อนาคตที่สดใส
2. สวดมนต์ นั่งสมาธิ : จดจ่อ มุ่งมั่น สู่เป้าหมาย
การสวดมนต์ นั่งสมาธิ ช่วยให้ใจสงบ มีสมาธิ จดจ่อกับปัจจุบัน สอดคล้องกับนิสัย
“เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ” เมื่อใจมีพลัง การเห็นภาพเป้าหมายในใจก็ชัดเจน พร้อมที่ลงมือทำนำทางไปสู่ความสำเร็จ
3. จัดเก็บให้สะอาดให้เป็นระเบียบ : รู้จักจัดลำดับ มุ่งสู่ความสำเร็จ
การจัดเก็บข้าวของ ดูแลสถานที่ให้มีความสะอาดและเป็นระเบียบ เป็นการฝึกฝนนิสัยของการวางแผน การลงมือจัดการ รวมถึงการฝึกตัดใจ เมื่อฝึกฝนมากเข้าก็จะช่วยสงเสริมนิสัย “จัดระเบียบเวลาทำในสิ่งที่สำคัญก่อน” รู้จักจัดลำดับความสำคัญวางแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างราบรื่น ตัวอย่างเช่น
การจัดเก็บสิ่งของเป็นระเบียบ ช่วยให้ประหยัดเวลาในการค้นหาสิ่งของ
การจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ ช่วยให้มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น
หรือ การจัดตารางเวลาเรียน ทำการบ้าน และกิจกรรมต่างๆช่วยให้บริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. คิดดี : ไม่มองโลกในแง่ร้าย ส่งเสริมการคิดบวก
การคิดดี มีทักษะในการคิดถึงความดีของผู้อื่นเป็น จะส่งเสริมนิสัย “คิดแบบชนะ-ชนะ” รู้จักแสวงหาความร่วมมือกับผู้อื่น มองเห็นทางออกแม้จะเกิดปัญหาความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน
– การคิดดี ช่วยให้ใจเบิกบาน มีความสุข
– การคิดบวก ช่วยให้มองโลกในแง่ดี มีพลังในการเผชิญปัญหา
– การคิดแบบชนะ-ชนะ ช่วยให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น
5. พูดดี : สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
การพูดดี ไพเราะ จริงใจ เป็นประโยชน์ ถูกกาลเทศะ สอดคล้องกับนิสัย “เข้าใจผู้อื่นก่อน แล้วจึงให้ผู้อื่นเข้าใจเรา” เพราะเมื่อเพิ่มเติมด้วยการฝึกฝนทักษะการฟังก็จะทำให้เราเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น การสื่อสารก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี
– การพูดดี ช่วยสร้างความประทับใจแรกพบ
– การพูดไพเราะ ช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกสบายใจ
– การพูดจริงใจ ช่วยสร้างความไว้วางใจ
– การพูดเป็นประโยชน์ ช่วยให้ผู้ฟังได้รับข้อคิด
6. ทำดี : เริ่มต้นเล็กๆไปสู่การประสานพลัง
การทำความดี เริ่มต้นจากการบำเพ็ญประโยชน์เล็กๆน้อยๆจนเมื่อคิดจะทำความดีที่ใหญ่ขึ้น ก็ต้องทำงานเป็นกลุ่มเป็นทีม จึงเป็นการส่งเสริมนิสัย “ผนึกพลัง ประสานความต่าง” เพื่อหวังผลความสำเร็จที่มากกว่าเดิม ผลดีที่ตามมาคือ
– การพัฒนาตนเองและสังคม
– การช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยให้รู้สึกภูมิใจในตนเอง
– การแบ่งปันสิ่งของ ช่วยให้ผู้อื่นมีความสุข
– การร่วมกิจกรรมพัฒนาสังคม ช่วยให้สังคมน่าอยู่
7. ร่วมกิจกรรมชั่วโมงสุขจริงหนอ : พัฒนาตนเอง ไม่สิ้นสุด
การได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำความดี เรียนรู้ ตอกย้ำประโยชน์ของการทำกิจวัตรความดีทั้ง 6 ข้อ ร่วมกันเป็นกลุ่ม จากการดูสื่อบ้าง จากการสอนของครูบ้าง พร้อมกับเรียนรู้การเลือกคบเพื่อน การเลือกไอดอลที่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ย่อมส่งเสริมนิสัย “ลับคมเลื่อยให้คมอยู่เสมอ” เพราะเมื่อบุคคลไม่ไปยุ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดเป็นคนมีสมาธิ รู้จักเลือกคบเพื่อนที่ดีก็จะส่งเสริมให้รักการพัฒนาตนเองทั้งในด้านจิตใจ ร่างกาย อารมณ์และสติปัญญา
7 กิจวัตรความดี เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกฝังนิสัยดี ส่งเสริมให้เด็กๆเติบโตเป็นผู้ทรงประสิทธิผล เปียมด้วยคุณธรรมร่วมสร้างสังคมที่งดงาม
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo?fbid=694183782920829&set=a.547260294279846
Leave a Reply