
1. อยู่ท่ามกลางคนคิดบวก : พยายามอยู่ใกล้คนที่รู้สึกดีไว้ เนื่องจากพวกเขามีอารมณ์เป็นบวกโดยจะพยายามมองหาข้อดีของปัญหานั้น ๆ และช่วยให้เราหันไปจดจ่อกับสิ่งอื่นที่ช่วยยกระดับความรู้สึกมากกว่า
2. เปลี่ยนภาษากาย : ร่างกายเราส่งอิทธิพลต่อความคิดและความรู้สึกได้ การเปลี่ยนสถานะภายนอกทำให้สถานะภายในเปลี่ยนไปด้วย เช่น การฝืนยิ้ม คุณจะหลอกสมองให้คิดว่าตัวเองมีความสุขจริง ๆ และปล่อยฮอร์โมนแห่งความสุขที่ชื่อเอนดอร์ฟินออกมา
3. พักผ่อนบ้าง : ในยุคสมัยนี้เป็นเรื่องยากที่จะใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยี แต่อย่างไรก็ดีคุณควรหาเวลาออกไปข้างนอก เดินเล่น ทำสวน นั่งใต้ต้นไม้ งานวิจัยปี 1991 พบว่าสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเยียวยาให้เกิดสถานะทางอารมณ์อันเป็นบวกและส่งเสริมสุขภาพ ทางจิต
4. ค้นหาแรงบันดาลใจ : แรงบันดาลใจสามารถหาได้จาก หนังสือ วิดีโอสร้างพลังบวก อ่านบทความ และอยู่ในกลุ่มโซเชียลที่มีไอเดียและสร้างสรรค์
5. อยู่ให้ห่างคำนินทาและเรื่องดราม่า : การนินทานั้นทำลายตัวตน เราทำไปเพื่อพยายามให้ตัวเองรู้สึกดีเหมือนว่าได้อยู่เหนือคนอื่น การนินทามักมีอคติ และอคติส่วนใหญ่ก็มีพื้นฐานมาจากความเกลียดชัง ซึ่งเป็นสถานะแรงสั่นสะเทือนที่ต่ำและมีแต่จะดึงดูดประสบการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจเข้ามาในชีวิตคุณ
6. แสดงความขอบคุณ : “ความยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากการรู้สึกขอบคุณ” การแสดงความขอบคุณไม่เพียงทำให้เราเปลี่ยนสถานะแรงสั่นสะเทือนให้ดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามามากขึ้น แต่ยังทำให้เรามองสิ่งต่าง ๆ อย่างที่มมันควรจะเป็นมากขึ้นด้วย
7. ใส่ใจปัจจุบัน : ทุกวินาทีที่นึกถึงช่วงเวลาถัดไป เท่ากับเลี่ยงการโอบกอดปัจจุบัน จงแน่ใจว่าคุณไม่ได้ใช้ชีวิตทั้งหมดไปกับการครุ่นคิด
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=282883764568738&set=a.113460341511082
Leave a Reply