7 สัญญาณเตือนโรคไตที่คุณไม่ควรมองข้าม

“โรคไต” เป็นภัยเงียบที่อาจคืบคลานเข้ามาโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งอาการรุนแรงขึ้นถึงขั้นไตวายเรื้อรัง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ดังนั้น การสังเกตสัญญาณเตือนของโรคไตจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันและเข้ารับการตรวจรักษาได้เร็วที่สุดมาดูกันว่ามีอาการอะไรบ้างที่อาจบ่งบอกว่าไตกำลังทำงานผิดปกติ

สัญญาณเตือนที่เกี่ยวข้องกับปัสสาวะ

ไตมีหน้าที่สำคัญในการกรองของเสียและขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้น หากไตทำงานผิดปกติ เราอาจสังเกตเห็นความผิดปกติจากปัสสาวะได้ชัดเจน

1. ปัสสาวะมีเลือดปน

หากปัสสาวะเป็นสีแดง หรือมีสีคล้ำผิดปกติอาจหมายถึงภาวะเลือดปนในปัสสาวะซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ นิ่วในไต โรคไตอักเสบหรือในบางกรณี อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งไตเมื่อไรที่ควรกังวล? หากพบเลือดในปัสสาวะมากขึ้นเรื่อยๆหรือมีอาการร่วม เช่น ปวดเอว มีไข้ควรรีบพบแพทย์

2. ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ

การที่ปัสสาวะมีฟองเยอะและไม่หายไปง่ายๆ อาจเป็นสัญญาณว่ามีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ ซึ่งบ่งชี้ว่าไตทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่อไรที่ควรกังวล? หากฟองในปัสสาวะเกิดขึ้นบ่อย ควรเข้ารับการตรวจหาปริมาณโปรตีนในปัสสาวะเพื่อประเมินภาวะไตเสื่อม

3. ปัสสาวะน้อยหรือผิดปกติ

การปัสสาวะลดลงกะทันหัน หรือไม่ค่อยปัสสาวะเลยแม้ว่าจะดื่มน้ำเพียงพออาจหมายถึง ภาวะไตเสื่อมเฉียบพลัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยด่วน เมื่อไรที่ควรกังวล? หากปัสสาวะลดลงอย่างต่อเนื่องหรือมีสีเข้มผิดปกติแสดงว่าไตอาจไม่สามารถขับของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน

โดยปกติไตจะปรับลดปริมาณน้ำปัสสาวะในช่วงกลางคืน หากคุณต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยเกินไป อาจเป็นสัญญาณว่าไตไม่สามารถควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกายได้ดีเมื่อไรที่ควรกังวล? หากคุณต้องตื่นมาปัสสาวะมากกว่า 2-3 ครั้งต่อคืนเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจเช็คสุขภาพไต

สัญญาณเตือนจากร่างกายที่อาจบ่งบอกถึงโรคไต

ความดันโลหิตสูง

ไตทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิต หากความดันโลหิตสูงขึ้นแบบไม่สามารถควบคุมได้ อาจเป็นเพราะ ไตเริ่มทำงานผิดปกติและไม่สามารถปรับสมดุลของเหลวและโซเดียมในร่างกายได้ เมื่อไรที่ควรกังวล? หากคุณมีความดันโลหิตสูงร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ปัสสาวะผิดปกติหรืออ่อนเพลีย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไต

มีอาการบวมผิดปกติ

อาการบวมที่เท้า ขา หรือบริเวณรอบดวงตา เป็นผลมาจากไตที่ไม่สามารถขับโซเดียมและน้ำออกจากร่างกายได้ ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ เมื่อไรที่ควรกังวล? หากอาการบวมเกิดขึ้นเรื่อยๆ และไม่หายไปเอง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ

ปวดหลังหรือเอวรุนแรง

ไตอยู่บริเวณหลังส่วนล่าง หากมีอาการปวดเฉพาะบริเวณเอวหรือหลัง และปวดอย่างรุนแรง อาจเกี่ยวข้องกับ นิ่วในไต กรวยไตอักเสบ หรือภาวะไตอุดตัน เมื่อไรที่ควรกังวล?หากปวดหลังร่วมกับมีไข้ หนาวสั่นหรือปัสสาวะผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที

วิธีดูแลไตให้แข็งแรงลดความเสี่ยงโรคไต

หากคุณมีอาการข้างต้นบางข้อ หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไต เช่น เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดด้วยวิธีต่อไปนี้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ (1.5-2 ลิตรต่อวัน) หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม (ลดโซเดียมไม่เกิน 2,300 มก./วัน) งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดติดต่อกันเป็นเวลานาน ตรวจสุขภาพไตเป็นประจำโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่ารอให้สายเกินไป! โรคไตอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้นาน อาจนำไปสู่ภาวะไตวายและต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต หากคุณหรือคนใกล้ตัวเริ่มมีอาการเหล่านี้ อย่าละเลย! รีบตรวจเช็คสุขภาพไตกับแพทย์ เพราะการป้องกันและรักษาแต่เนิ่นๆช่วยให้คุณมีชีวิตที่แข็งแรงและปราศจากโรคไตได้ในระยะยาวคุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่? แบ่งปันความคิดเห็นหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมใต้โพสต์นี้ได้เลย!


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *