8 สัญญาณเตือน!ความรักกำลังจางหาย

เมื่อเริ่มพึงพอใจใคร และมั่นใจที่จะมีความสัมพันธ์กับคนนั้น การเดินทางไปสู่การใช้ชีวิตร่วมกัน อยู่บ้านเดียวกัน 2 ครอบครัวหลอมรวมกลายเป็นครอบครัวเดียว แบ่งปันทุกข์สุขและความฝันร่วมกัน คือคู่รักในอุดมคติของทุกคน แต่คงไม่ใช่ทุกคนจะรักษาความสัมพันธ์ให้ถึงสุดทางฝันด้วยกัน หลายคู่รักใช้ว่า “ทนอยู่” ด้วยเหตุผลร้อยแปด แต่อารมณ์ทนอยู่นั้นก็อาจมากับการสะสมความโกรธแค้น โดยที่อีกฝ่ายอาจนึกไม่ถึงทางที่ดีคอยจับสัญญาณของการมีชีวิตคู่ไว้ ว่าตอนนี้เราเป็นคู่รัก หรือเป็นเพียงเพื่อนร่วมบ้านกันเท่านั้น แก้ได้ก็รีบแก้ แก้ไขอะไรไม่ได้การปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์อาจเป็นทางที่ดีกว่า นำมาสู่ความสุขจริงๆ ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง หมดสมัยกับการทนอยู่ในฐานะคู่รักเพื่อลูก เพราะตราบใดพ่อแม่ไม่มีความสุข เด็กๆ ย่อมรับรู้สัมผัสได้ และเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีความสุข เรานำ 8 สัญญาณว่าความรักได้จางหายไปแล้วมาฝาก เพื่อรีบแก้ไข หรือเพื่อจัดการความสัมพันธ์ใหม่
1. ไม่ค่อยทะเลาะกัน จริงๆอาจจะเป็นเรื่องดี แต่อีกด้านอาจหมายถึงการละเลยกันแม้จะระคายเคืองซึ่งกันและกันแต่การไม่ได้โต้แย้งกันบ้าง เรียกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายต่างไม่ได้ลงทุนมากพอที่จะโกรธคู่ของเราอีกต่อไป
2. นอนแยกกัน อาจจะเริ่มจากความจําเป็น เช่น เป็นเพราะเด็กๆ การนอนกรน การเจ็บป่วย หรือการทํางานเป็นกะ ด้วยเหตุดังกล่าวนี้การแยกเตียงกันอาจดีต่อสุขภาพ ทําให้คู่รักมีความสุขมากขึ้นในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าทําเพื่อหลบเลี่ยง ซึ่งกันและกัน นั่นเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
3. แทบจะไม่มีเซ็กส์เลย มีตัวเลขการศึกษาเปรียบเทียบคู่รักในสหราชอาณาจักร โดยเฉลี่ยที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปมีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ถ้าคู่รักที่อายุน้อยกว่านี้ จะเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หากต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แสดงว่ากําลังเข้าสู่อาณาเขตของเพื่อนร่วมห้อง หรือถ้าจะมี ก็กลายเป็นกลไกโดยอัตโนมัติล้วนๆ ไม่มีการพูดคุย สบตา หรือกอดกันอย่างคนรักที่อยากใกล้ชิดกัน
4. กินแยกกันก็อาจไม่เชิงนักที่ว่าการกินอาหารกับคู่ของเราเป็นสัญญาณของความสุขแต่ก็มีงานวิจัยพบว่าคู่รักที่มีความสุขที่สุด ได้แบ่งปันเวลาการกินอาหารร่วมกัน คู่รักที่หลีกเลี่ยงการกินอาหารร่วมกันทั้งมื้อเช้า มื้อเย็น อาจเป็นสัญญาณว่า กำลังเข้าสู่โซน “ไม่มีความสุขระดับปานกลาง”
5. ทั้งคู่ไม่เคยหึงหวงกัน เพราะรากเหง้าของความหึงหวง คือความกลัวที่จะสูญเสียใครบางคน ดังนั้นการขาด ความหึงหวง อาจแสดงให้เห็นว่าไม่สนใจว่าคู่ของเราจะอยู่หรือไป
6. ไม่ต้องกังวลกับรูปร่างหน้าตาอีกต่อไป หมายถึงไม่ต้องการสร้างความประทับใจให้กันและกันแล้ว โดยเฉพาะผู้หญิงที่การแต่งตัวสามารถบ่งบอกความรู้สึกได้ การศึกษาใน Journal Of Experimental Psychology บอกว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะสวมเสื้อผ้าสีเข้มคุ้นเคยและหลวมเมื่อรู้สึกหดหู่และมีแนวโน้มที่จะสวมชุดเดรสมากกว่า 6 เท่าเมื่อรู้สึกมีความสุข
7. ไม่เคยเข้านอนในเวลาเดียวกัน เช่น สามีมักใช้เวลากับการดูกีฬา หรือเล่นเกมส์ในช่วงดึก แสดงว่าจงใจสร้างพื้นที่ที่ที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกัน
8. ไปเข้าห้องน้ำโดยเปิดประตู สามารถสันนิษฐานได้ว่ากิเลสหายไปแล้ว
เรามีแบบทดสอบมาฝากเพื่อบอกให้รู้ว่าเรามีความสัมพันธ์แบบไหนกับคู่รัก คุณไม่ได้เจอคู่ของคุณทั้งวัน และเขากําลังเดินทางกลับบ้าน ข้อความใดต่อไปนี้ที่คุณมีแนวโน้มจะส่งมากที่สุด
a) “แทบรอไม่ไหวที่จะพบคุณ”
b) เล่าเรื่องตลก
c) บอกว่า “เราต้องการบางสิ่งบางอย่าง ให้ซื้อมาให้”
บทสนทนาที่เคลื่อนไหวมากที่สุดระหว่างคน 2 คนเกิดขึ้นเมื่อ
a) นอนดึก และแบ่งปันไวน์ 1 ขวดกัน
b) อยู่ในช่วงวันหยุดหรือออกไปข้างนอก
c) คนหนึ่งเดินอยู่หน้าทีวี ในขณะที่อีกคนหนึ่งกําลังดูทีวีอยู่
เมื่อได้รับข่าวที่น่าตื่นเต้น จะบอกคู่ของคุณเมื่อใด
a) ทันที
b) หลังจากที่บอกแม่หรือเพื่อนสนิทแล้ว
c) บอกคู่รักไป เพราะบนโต๊ะอาหารค่ำเงียบเกินไป
ชุดนอนของคุณจัดอยู่ในหมวดหมู่ใด?
a) ลูกไม้และร่าเริง
b) สปอร์ต
c) สะดวกสบาย
ปีนี้คุณฉลองวันวาเลนไทน์โดย
a) กินอาหารด้วยกันและมีเซ็กส์
b) ส่งการ์ดตลกให้กัน
c) ดูรายการทีวีที่เราชื่นชอบคนเดียว ในขณะที่คู่ของเราก็ทําเรื่องของตัวเองไป
สิ่งสุดท้ายที่คุณพูดกันก่อนเข้านอนมักจะ
a) “คุณช่างเหลือเชื่อ”
b) “แล้วเจอกัน”
c) เสียงสบถ

คุณทําคะแนนได้อย่างไร?ส่วนใหญ่ตอบ a) เป็นความสัมพันธ์แบบเนื้อคู่เพราะต่างหลงใหลและเย้ายวนกัน และพยายามเอาชนะซึ่งกันและกันภายใต้การเดิมพันความรัก แต่ก็ต้องมีพื้นฐานที่มั่นคงของมิตรภาพด้วยมีคำแนะนำว่าเมื่อเราไม่สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เป็นใจได้ตลอดไป ดังนั้นพยายามหาสิ่งที่ชอบทําร่วมกัน ซึ่งในระยะยาวแล้วคู่รักที่มีความสุขที่สุดจะแบ่งปันความหวัง ความฝันและความสนใจ ไม่ใช่แค่เตียงส่วนใหญ่ตอบความสัมพันธ์แบบเพื่อนซี้ ถือว่าคน 2 คนเข้ากันได้ดี ถ้าอีกฝ่ายมีคุณสมบัติและพร้อมจะก้าวต่อไปยังความสัมพันธ์แบบคู่รัก ก็ต้องเพิ่มความหลงใหล เช่น การอิงแอบขณะดูทีวีเดินจับมือกันมีคืนเดทที่ดีบ่อย ส่วนใหญ่ตอบ C) ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมห้องทำแบบทดสอบกันแล้วก็ได้เวลาตื่น! โปรดยอมรับความจริง ในเมื่อเรามีเพียงชีวิตเดียว ถ้ามันต้องจบก็ต้องจบและเดินหน้าต่อไป ไม่มีเหตุผลที่เราต้องใช้พลังในการรักษาความสัมพันธ์จนไม่เหลือพลังทำสิ่งอื่นหรืออึดอัดขณะอยู่ด้วยกันจนหายใจไม่ออก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.facebook.com/realconsultation


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *