
Bullet Journal Method หรือที่เรียกสั้นๆว่า Bujo ถูกคิดค้นโดยไรเดอร์ แคร์รอลล์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่โด่งดังจากการคิดค้น Bujo เล่มนี้ จนกลายเป็นกระแสอย่างมาก เขาทำให้ผู้คนฉุกคิดถึงตัวเองมากขึ้นและหันกลับมาควบคุมตัวเองมากกว่าให้เทคโนโลยีเป็นผู้ควบคุม Bujo เป็นระบบบันทึกที่จะทำให้เราทำงานน้อยลงและประสบความสำเร็จมากขึ้นโดยที่โฟกัสกับตัวเองเป็นอย่างแรก Bujo จะเปลี่ยนจากการที่ให้เราเป็นผู้ตามกลายมาเป็นผู้นำในชีวิตของตัวเองแทน ทุกคนอาจจะกำลังวิ่งไล่ตามสิ่งหนึ่งที่ความเป็นจริงแล้วเราไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นเลยด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะว่าเมื่อโลกเปลี่ยน เราจึงเปลี่ยนตามโลก และอยากที่จะหมุนตามให้ทัน ให้ไม่ตกเทรนด์ยังไงล่ะ คีย์สำคัญของการจด Bujo คือการอัพเดทเป็นประจำอยู่เสมอ แคร์รอลล์ได้พูดว่า “คุณได้เรียนรู้ที่จะขจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิตและเพิ่มสิ่งที่คุณสนใจเข้ามามากขึ้น” นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยหนึ่งในปี 2013 ได้ทำการสำรวจผู้ป่วยที่ไม่ว่าจะเป็นโรคหืด โรคเอดส์ และโรคมะเร็ง พบว่า 76% ของผู้ป่วยนี้ ที่ยังตามเขียนจดบันทึกชีวิตของตัวเองในแต่ละวันสามารถรักษาตัวเองจากโรคดังกล่าวได้ โดยที่พวกเขาจะใช้เวลาในการเขียน 20 นาทีในแต่ละวัน ส่วนอีก 58% ที่ไม่เขียนจดบันทึกชีวิตของตัวเองนั้นส่งผลให้อาการกำเริบมากยิ่งขึ้น พอฟังดูแล้วเราอาจจะสงสัยว่าการจดบันทึกสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ? ใช่ เพราะการได้เขียนแสดงออกความรู้สึกนั้นเป็นอีกหนึ่ง วิธีในการบำบัดโรค เพราะพวกเขาเหล่านั้นได้ปลดปล่อยความทุกข์ ความเครียดลงไปในสมุดเล่มนั้นแล้วเมื่อฟังอย่างนี้แล้วเรามาเริ่มเขียน Bujo กันเถอะ อันดับแรกที่เราต้องเตรียมเลยก็คือ ‘ทัศนคติ’ ถ้าหากเราอยากจะมีเส้นทางที่ประสบความสำเร็จได้ ฉะนั้นเราควรที่จะ ตั้ง Goal ของเราไว้เลยว่าเราจะพุ่งไปที่อะไร ต่อไปก็คงหนีไม่พ้น ‘เครื่องมือ’ ถามว่าจำเป็นไหม? จำเป็นค่ะ เพราะเครื่องมือเหล่านี้ควรที่จะเป็นปากกา ดินสอ และสมุด ไม่ใช่แอปที่เราใช้ในโทรศัพท์ โดยจากผลสำรวจใน Wearesocial ได้พบว่ามากกว่า 4.5 พันล้านคนเข้าใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งเราก็คงเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน ถ้าถามว่าข้อดีของการใช้แอปในโทรศัพท์คือความง่ายและสะดวกสบาย แต่สมองของเราไม่สามารถจดจำอะไรได้เลย การเขียนจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดต่อความจำของมนุษย์และจะทำให้เราเห็นภาพที่กว้างมากกว่าในแอพที่ในบางครั้งอาจจะมีลิมิตในการใช้ ซึ่งในการเขียนเราไม่มีลิมิตอยู่แล้ว Bujo จะประกอบไปด้วยความคิด 4 วิธีนี้
1. ดัชนี : แคร์รอลล์เชื่อว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่อัจฉริยะมากเพราะจะเป็นการจัดระเบียบการเข้าไปเขียนหรืออ่าน Bujo ของเราตั้งแต่เริ่มแรก จะแสดงให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนมากกว่าเดิม โดยหลักการง่ายๆก็คือ เขียนเหมือนสารบัญในหนังสือ อย่าง Future log 3-4, Gratitude log 5-6
“ความสำคัญของดัชนีก็คือเป็นองค์ประกอบของข้อมูลที่จะไปช่วยให้เราสามารถกู้คืนข้อมูลที่ค้างคาไว้ได้อย่างรวดเร็ว” -Wikipedia
2. การรวบรวม : จะแบ่งออกไปอีก 3 รูปแบบคือ บันทึกอนาคต บันทึกรายเดือน และบันทึกประจำวัน ในการจดบันทึกอนาคตเปรียบเป็นการสร้างแผนผังในอนาคตของเรา อาจจะในเดือนข้างหน้า หรือปีหน้า อย่างเช่นเป้าหมายที่จะเก็บเงินให้ได้ 100,000 บาทภายในเดือนธันวาคม
ส่วนการบันทึกรายเดือนจะประกอบไปด้วยสองหน้าขนานกันโดยที่หน้าด้านซ้ายจะเป็นหน้าปฏิธิน ที่เราจะสามารถเขียนอะไรสั้นๆหรือเหตุการณ์สำคัญที่เมื่อเราเห็นคีย์เวิร์ดนี้เราจะจำขึ้นมาได้เลย ส่วนด้านขวาจะเป็นภารกิจที่เราต้องทำหรือภารกิจจากเดือนที่แล้วที่ทำไม่สำเร็จ บันทึกประจำวัน เป็นหัวใจหลักของการเขียน Bujo เลยก็ว่าได้ ในหัวข้อข้างบนสุด คือวันที่ ในบางครั้งเราอาจจะไม่จำเป็นต้องเขียนทุกวันก็ได้ แต่เมื่อเราเปิดมาดูแล้วสิ่งที่ เราเขียนไว้ล่าสุดจะต้องทำให้เราสามารถฟื้นความทรงจำเรื่องที่ค้างคาให้ได้
3. บันทึกอย่างรวดเร็ว : หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการบันทึกหมายเหตุ โดยที่จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือสัญลักษณ์ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
– ประเภทแรกคือสัญลักษณ์ของภาระหน้าที่ หรืองาน โดยใช้เครื่องหมายจุด •
X จะทำเครื่องหมายนี้ก็ต่อเมื่องานนั้นสำเร็จ
> คือการย้ายหรือเลื่อนเวลาเนื่องจากเราไม่สามารถทำให้สำเร็จได้
< งานที่มีกำหนดการเอาไว้ อันนี้สามารถที่จะย้ายไปอยู่ในบันทึกอนาคตได้เช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น • ทำความสะอาดบ้าน Xซักผ้า >ไปรับพัสดุ <เก็บเงินซื้อรองเท้า
สัญลักษณ์ของเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้น โดยการใส่สัญลักษณ์วงกลมไป O เพื่อแสดงให้เห็นสิ่งที่ต้องทำโดยมีเวลาเจาะจงไว้แล้ว อย่างเช่น Oวิ่งตอน 6 โมงเช้า Oมีนัดตอนบ่ายหนึ่ง
– สัญลักษณ์ใน Bujo อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ๆเราชุกคิดขึ้นได้ เป็นไอเดียใหม่ๆ ซึ่งจุดนำนี้ เรามักจะใช้เครื่องหมายขีดคั้น – ตรงหน้าข้อความ
– ส่วนต่อไปคือความหมาย หรือที่เรียกว่า Signifiers เป็นการเพิ่มบริบทให้กับ Bujo ของเรา สิ่งนี้จะไปช่วยเพิ่มความเข้าใจให้กับสัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่ง Signifiers นี้จะนำไป ไว้ตรงข้างซ้ายของสัญลักษณ์ต่างๆ อย่างเช่น *=สำคัญ / ! – แรงบันดาลใจ
แล้วเราจะนำทั้งสองอย่างนี้มาผสมกันอย่างไร? * O นัดตอน 9 โมงเช้า แสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่สำคัญมากๆ
4. ข้อสุดท้ายคือการอพยพ ขนย้าย : ในบางครั้งจุดมุ่งหมายของเราก็เปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา จึงทำให้เราไม่อยากทำสิ่งนั้นแล้วก็เป็นได้
การย้ายจุดมุ่งหมายจะเกิดขึ้นในวันสุดท้ายของแต่ละเดือน เมื่อเรามองเห็นสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ เราอาจจะพิจารณาสิ่งนั้นๆว่าเรายังอยากทำอยู่หรือไม่ ถ้าไม่ก็ให้ใส่สัญลักษณ์นี้เข้าไป X แต่ถ้ายังอยากทำให้สำเร็จเราอาจจะเอาไปรวมอยู่ในภารกิจต่อไปของเดือนหน้าก็ได้ พอมาฟังดูแล้วการเขียน Bujo ก็ไม่ได้ยากเลยนะหรือว่าอาจจะยากในตอนแรกที่เราเริ่มทำแต่เมื่อเราคุ้นชินกับพฤติกรรมหนึ่งสิ่งนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน Bujo จะทำให้เรามีความเป็นระเบียบมากขึ้นและทำให้เราเห็นอนาคตของเราได้กว้างขึ้นมากกว่าการเพ้อฝันแต่อย่างเดียวถ้าหากเราคอยให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กๆน้อยๆแค่เพียงการซักผ้า ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ดีเลยนะ เรียบเรียงโดยโดย: K.Yookrob
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=792432659584534&set=a.630751852419283
Leave a Reply