
ในชีวิตจริงหลายครั้งที่คนเราต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความยากลำบากทางใจอย่างหนัก แม้ภายนอกบุคคลนั้นจะดูเข้มแข็งร่าเริง หรือใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่ภายในใจอาจเต็มไปด้วยความเครียดความกลัวหรือความสิ้นหวังที่ไม่รู้จะบอกใครได้อย่างไร การเข้าใจและอ่านสัญญาณที่เรียกว่า “Cry for Help” จึงเป็นทักษะสำคัญที่อาจช่วยชีวิตใครบางคนได้
เข้าใจการส่งสัญญาณทางอ้อม
เมื่อปัญหาสุขภาพจิตยังไม่ได้รับการรักษาหรือการผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงในชีวิตทำให้คนเรามีอาการที่บอกว่า “ฉันทนไม่ไหวแล้ว” แม้เขาจะไม่พูดออกมาตรงๆ
- ความโดดเดี่ยวในยุคใหม่หลายคนโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นมักรู้สึกโดดเดี่ยวไม่กล้าขอความช่วยเหลือ หรือคิดว่าตัวเองควรจะแก้ปัญหาให้ได้ด้วยตัวเอง การแสดงออกทางอ้อมจึงเป็นกลไกในการขอความช่วยเหลือโดยที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ
- พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปสัญญาณขอความช่วยเหลือเหล่านี้มักปรากฏผ่านพฤติกรรมที่ดู “ธรรมดา” หรือ “แปลกไปเล็กน้อย” เช่น
- คำพูดติดตลกที่แฝงความเหนื่อยล้าพูดถึงความเศร้าหรือความตายในรูปแบบตลกขบขัน
- ความเงียบที่ผิดปกติเก็บตัวมากขึ้น ไม่อยากพบปะสังสรรค์
- การหายตัวจากสังคมตัดขาดจากการติดต่อสื่อสารโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
นี่คือสัญญาณที่บอกว่าคนๆนั้นเริ่มรับมือกับความทุกข์ไม่ไหวอีกต่อไปและกำลังรอให้ใครสักคนสังเกตเห็น
สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรถูกมองข้ามแม้แต่วินาทีเดียว
แม้บางสัญญาณจะดูเล็กน้อย แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าบุคคลนั้นอาจกำลังอยู่ในจุดอันตรายและมีความเสี่ยงสูงต่อการทำร้ายตนเอง สัญญาณเหล่านี้ไม่ควรถูกมองข้ามแม้แต่วินาทีเดียว:
- พูดถึงความตายหรือความต้องการจบชีวิตไม่ว่าจะพูดจริงจังหรือพูดเปรยๆก็ตาม
- การบอกลาที่ดูแปลกไปพูดหรือเขียนข้อความอำลาที่ดูเหมือนการบอกลาครั้งสุดท้าย
- การบอกว่าตัวเองเป็นภาระแสดงความรู้สึกว่าตัวเองเป็นปัญหาให้กับผู้อื่น
- การขู่ทำร้ายตัวเองพูดถึงแผนการทำร้ายตนเอง หรือเริ่มหาวิธีทำร้ายตัวเอง
- การจัดการทรัพย์สิน/มอบของสำคัญการให้ของมีค่าหรือของรักของหวงแก่ผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลอันควร
- การสงบที่ผิดปกติหลังช่วงเวลาที่อารมณ์รุนแรงกลับสงบอย่างกะทันหันซึ่งอาจบ่งชี้ว่าเขาตัดสินใจบางอย่างแล้ว
แนวทางปฏิบัติเมื่อพบสัญญาณขอความช่วยเหลือ
การเข้าใจสัญญาณของพวกเขาเป็นจุดเริ่มต้นแต่การตอบสนองที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่ามีใครกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือสิ่งสำคัญคือ
1. เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยนและจริงใจ
- ฟังโดยไม่ตัดสินเปิดโอกาสให้เขาได้เล่าอย่างเต็มที่โดยไม่ตัดสินไม่ตำหนิหรือรีบให้คำแนะนำในทันที
- ยืนยันความรู้สึกใช้คำพูดที่แสดงความเข้าใจ เช่น “ฉันเข้าใจว่าช่วงนี้คุณคงรู้สึกแย่มากจริงๆ”
- มอบความรู้สึกปลอดภัยการบอกว่า “ฉันอยู่ตรงนี้นะ” หรือ “คุณไม่ได้อยู่คนเดียว” อาจมีความหมายและเป็นพลังใจมากกว่าที่คิด
2. แนะนำและช่วยเหลือให้เชื่อมต่อ
- ค่อยๆแนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญการชักชวนให้เขาพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เพื่อรับความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพ
- บอกคนที่ไว้ใจถ้าเขายังไม่พร้อมพบผู้เชี่ยวชาญให้ค่อยๆแนะนำให้เขาพูดคุยกับครอบครัวหรือบุคคลที่เขาไว้วางใจ
คำแนะนำเพิ่มเติม Health Tip : หากผู้ส่งสัญญาณอยู่ในภาวะวิกฤตและเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองสูงให้รีบติดต่อสายด่วนสุขภาพจิตทันที (ในประเทศไทย คือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง)
Leave a Reply