
หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” กันอย่างถ้วนหน้า ด้วยสภาพสังคมยุคใหม่ที่คนหนุ่มสาวไม่นิยมมีลูก ทำให้จำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลงในขณะที่คนสูงวัยกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพบว่ามีคนสูงวัยจำนวนมากแทบจะไม่มีเงินเก็บเลย หรือแม้จะมีบ้างแต่ก็ไม่พอใช้หลังเกษียณเสี่ยงภาวะ “แก่แต่จน” ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการไม่ได้วางแผนการออมเงินตั้งแต่เนิ่นๆ ยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกาก็ประสบกับปัญหานี้เช่นกัน มีรายงานจากสำนักข่าว CNBC ระบุว่า คนรุ่น Gen X หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี ค.ศ.1965 – 1980 ในสหรัฐ (อายุประมาณ 44-59 ปี ณ ปี 2024) ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุงานเป็นรุ่นถัดไปแต่คนกลุ่มนี้มีเงินออมไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองหลังเกษียณอายุ อีกทั้งจากการศึกษา Planning and Progress ประจำปี 2024 ของ Northwestern Mutual พบว่า คนรุ่น Gen X มองว่าพวกเขาจะต้องมีเงินเก็บเฉลี่ยประมาณ 1.56 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 57,331,560 บาท) จึงจะสามารถใช้ชีวิตช่วงหลังเกษียณอายุได้อย่างสุขสบายแต่เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลยอดเงินเก็บสะสมของวัยทำงาน Gen X ในกองทุนเกษียณของสหรัฐอเมริกา หรือ 401(k) ณ ไตรมาสแรกของปี 2024 พบว่า พวกเขามียอดเงินเก็บสะสมเฉลี่ยอยู่ที่ 54,500 ดอลลาร์เท่านั้น (ประมาณ 2,002,930 บาท) ซึ่งคิดเป็นเพียง 5% ของเงินเก็บที่คาดหวังข้างต้น
ขณะที่ในประเทศไทยพบว่า วัยกลางคนและรุ่นใกล้เกษียณของบ้านเราก็เผชิญปัญหานี้ไม่ต่างกัน ข้อมูลจาก KKP Financial Talk: Money Master ได้เผยถึงรายงานผลสำรวจของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า คนไทยวัยทำงาน 30% ไม่มีเงินเก็บสำหรับการเกษียณเลย และ 60% มีเงินเก็บแต่มีไม่ถึง 200,000 บาท ซึ่งชัดเจนว่าไม่พอใช้ ดังนั้น จำเป็นอย่างมากที่คนไทยจะต้องมีความรู้ด้านการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณอายุมากขึ้น นอกจากวินัยทางการออมแล้วการหาความรู้ให้เงินออมงอกเงยก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันอย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ประชากรชาว Gen X ไม่สามารถจัดสรรเงินสำหรับเกษียณได้ตามที่หวัง โดยสาเหตุหนึ่งเกิดจาก พวกเขาเริ่มเก็บออมช้ากว่าคนรุ่นใหม่
จากรายงาน State of Retirement Planning ของ Fidelity ปี 2024 ค้นพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนรุ่น Gen X เริ่มออมเงินเพื่อการเกษียณในวัย 36 ปี ซึ่งเริ่มค่อนข้างช้า เทียบกับคนรุ่น Millennials (Gen Y) ที่เริ่มต้นการออมเงินเมื่ออายุ 27 ขณะที่ประชากรรุ่น Gen Z เริ่มเก็บออมเงินตั้งแต่อายุ 20 ปี ซึ่งพวกเขาเริ่มออมเร็วกว่า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/bangkokbiznews
Leave a Reply