
ซึ่งเป็นกลุ่มพันธุกรรม ที่มีระบบประสาทความไวต่อสิ่งเร้ารอบตัวสูง ไม่ใช่อารมณ์แต่เป็นการจัดสรรจากกระบวนการวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ ใน 100 คน จะมีคนประเภท HSP อยู่สูงถึงร้อยละ 20-30 จากการศึกษาในระดับยีนส์พบว่า คนกลุ่มนี้มีรหัสพันธุกรรมที่ไวต่อการประมวลผล หรือ ที่เรียกว่า Sensory Processing Sensitivity ในยุคดึกดำบรรพ์คนกลุ่มนี้จึงทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่รอดมาได้ ในแง่ของการรับรู้ในระดับที่อ่อนไหวมาก จะทำให้สามารถได้กลิ่นของอันตราย ได้ยินเสียงของอันตราย หรือรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนต่างๆ หรือแม้กระทั่งอาหารที่อาจจะมีพิษต่อร่างกายเมื่อโลกไม่มีอันตรายเหล่านั้นแล้ว แต่สัญชาติญาณของความอ่อนไหวที่ฝังอยู่ในยีนส์ ยังไม่หายไปไหน เลยถูกแปรผันมาเป็นความลึกซึ้งในการสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง ซึ่งมีทั้งแง่ดี และแง่ร้าย ที่สามารถสัมผัสความงามได้อย่างลึกซึ้ง แต่ต้องรับเอามลภาวะต่างๆ มากกว่าคนทั่วไปเช่นเดียวกัน คนที่เป็นศิลปินมักมีอารมณ์อ่อนไหว เพราะสามารถรับรู้และด่ำดิ่งลงไปในความรู้สึกต่างๆ ที่ประสาทสัมผัสได้รับมากกว่าคนทั่วไป หรือที่เราเรียกได้ว่าเป็นคนที่มีความละเอียดอ่อนทางด้านอารมณ์แต่โชคร้าย ที่บุคคลที่มีบุคลิกอ่อนไหวนั้น ไม่ได้เป็นศิลปินเสมอไป คนเหล่านี้อยู่ในชีวิตประจำวัน เป็นแม่บ้าน คนเก็บขยะ พนักงานขับรถโดยสาร พนักงานออฟฟิศ ซึ่งความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ อาจทำร้ายเขาเหล่านั้นมากกว่าการสร้างประโยชน์ให้ เนื่องจากในสังคมการทำงาน คนที่มีบุคลิกอ่อนไหวนอกจากจะต้องเหนื่อยล้ากับการถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าแล้ว ยังต้องกลายเป็นจำเลยสังคมในฐานะคนอ่อนไหว ที่ไม่เข้มแข็ง ทนรับแรงกดดันไม่ได้อีกด้วยสังคมไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของคนที่มีบุคลิกแบบ HSP เรามีการนิยามบุคลิกคนมากมาย มาตลอดระยะเวลาการมีอยู่ของการวิเคราะห์เรื่องมนุษย์ แต่การระบุตัวตนของบุคลิกแบบ HSP นั้นเพิ่งเกิดขึ้น และได้รับการมองเห็นแค่ในช่วงระยะเวลา 20 ปี ที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งสังคมที่ไม่เข้าใจถึงความไวต่อสิ่งเร้าของ HSP และอาการที่แสดงออกเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้า มักจะเรียกคนประเภท HSP ว่า “อินี่มันเยอะ!!!” สิ่งที่ทำให้คนประเภท HSP แตกต่างจากคนปกติอีก 70% ในสังคม
– เรารับรู้อารมณ์และความรู้สึกของคนรอบตัวเร็วมากๆ เมื่อเรารับรู้ว่าคนที่อยู่รอบตัวเราเริ่มมีอาการหงุดหงิด ไม่สบอารมณ์ เราจะรับเรื่องนั้นมาเป็นภาระของตัวเองทันที ที่จะจัดการให้อารมณ์เหล่านั้นหายไป เพราะเราไม่สบายใจที่ต้องอยู่กับอารมณ์เหล่านั้น
– เรารับรู้กับสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้รวดเร็วกว่าคนอื่นๆคุณอาจจะเคยใครสักคน บ่นบ่อยๆว่ากลิ่นอะไรวะเสียงอะไรวะแล้วคุณก็ทดลองดมหรือฟังและพบว่าไม่ได้รับสิ่งเร้าเหล่านั้นหรือได้รับน้อยมากๆแล้วก็หันไปบอกคนเหล่านั้นว่าทำไมหูดีจังวะ ทำไมจมูกดีจังวะแต่คนเหล่านั้น ต้องอยู่กับกลิ่นหรือเสียงที่คุณจับความรู้สึกไม่ได้ด้วยซ้ำ ซึ่งอาจเป็นกลิ่นที่ทรมาน เสียงที่น่ารำคาญ สิ่งเหล่านั้นส่งผลต่อสภาพจิตใจของ HSP โดยตรงทำใหู้้สึกอ่อนล้าจากประสาทสัมผัสที่รับสิ่งเร้าและประมวลผลมากเกินไป
– ความอ่อนไหว ทำให้ใจเราบาง เมื่อเรารับรู้อารมณ์ความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตรอบตัวได้มากเกินไป เราเลยอินกับทุกเรื่อง ร้องไห้ง่าย หวาดกลัว หรือโมโห ได้โดยง่ายกับสิ่งที่มากระทบประสาทสัมผัสเรา
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=349701754081209&set=a.192232839828102
Leave a Reply