
เคยไหมเวลามีคนชมว่า “เก่งจังเลย” แต่ในใจกลับคิดว่า “แค่บังเอิญโชคดี” หรือ “ใครก็ทำได้”แม้จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหนแต่กลับไม่เคยรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำได้จริงๆ หากคุณเคยรู้สึกแบบนี้ คุณอาจกำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า “Imposter Syndrome” หรือ “โรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง”
Imposter Syndrome คืออะไร?
Imposter Syndrome คือภาวะทางจิตใจที่คนซึ่งประสบความสำเร็จกลับรู้สึกว่า “ตัวเองไม่คู่ควร” กับสิ่งนั้น มักเชื่อว่าความสำเร็จเกิดจาก “โชคช่วย” มากกว่าความสามารถจริงกลัวว่าคนอื่นจะ “จับได้” ว่าตัวเองไม่ได้เก่งอย่างที่ใครๆคิด
สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจมีภาวะนี้
- ไม่กล้ารับคำชม หรือพยายามปฏิเสธมันเสมอ
- ทำงานดี แต่กลับรู้สึกว่าผลงานของตัวเองยังไม่ดีพอ
- ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
- รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า หรือไม่สมควรได้รับความสำเร็จ
- ตั้งมาตรฐานกับตัวเองสูงเกินไป และกลัวความผิดพลาด
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ภาวะนี้อาจดูเหมือนเพียง “ความถ่อมตัว” แต่ในระยะยาวอาจนำไปสู่
- ความเครียดสะสม
- ภาวะหมดไฟ (Burnout)
- ภาวะซึมเศร้า (Depression)
โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มีความรับผิดชอบสูง เช่น นักวิชาการ แพทย์ นักเขียน หรือผู้บริหาร ซึ่งมักกดดันตัวเองมากกว่าคนอื่นเห็น
วิธีรับมือกับ Imposter Syndrome
- ยอมรับคำชมอย่างจริงใจ
แทนที่จะปฏิเสธ ลองตอบว่า “ขอบคุณค่ะ/ครับ” แล้วเตือนตัวเองว่านี่คือผลจากความพยายามของเรา - บันทึกความสำเร็จของตัวเอง
เขียนไว้เป็นลิสต์ เพื่อเตือนใจในวันที่รู้สึกไม่มั่นใจ - หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
เพราะทุกคนมีเส้นทางการเติบโตของตัวเอง - ขอคำปรึกษาเมื่อรู้สึกไม่ไหว
หากความรู้สึกด้อยค่ารุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยได้
ข้อคิดสำคัญ
ทุกความสำเร็จที่คุณได้รับ “ไม่ใช่เพราะโชคดี” แต่มาจากความพยายามความตั้งใจและความสามารถของคุณเองอย่าลดค่าตัวเองเพียงเพราะกลัวว่าจะไม่สมบูรณ์แบบเพราะแท้จริงแล้วคุณเก่งกว่าที่คิดและคู่ควรกับความสำเร็จนั้นเสมอ จงภูมิใจในตัวเองแม้ในวันที่ยังไม่ถึงจุดสูงสุดเพราะทุกก้าวที่คุณเดินมาถึงวันนี้ ล้วนเป็นผลจากความพยายามที่คุณลงมือทำเองทั้งหมด
Leave a Reply