
คุณรู้สึกหงุดหงิดกับสิ่งที่คุณเสียไป มากกว่ายินดีในสิ่งที่คุณได้มา ทั้งๆที่บางครั้งคุณแทบไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คุณสูญเสียไปเลยใช่หรือไม่ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Loss Aversion หรือความเกลียดชังการสูญเสีย และสิ่งนี้แผงอยู่ในจิตวิทยาการตลาดของธุรกิจมากมาย จนเรียกได้ว่าเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จเลยทีเดียว 10 ชิ้นสุดท้าย / ภายในวันนี้เท่านั้น / โอกาสสุดท้าย ล้วนแล้วแต่เป็นประโยคที่กระตุ้นให้คุณตัดสินใจซื้ออะไรสักชิ้น ที่คุณอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำ ในประโยคเหล่านั้น ไม่ใช่แค่ประโยคที่บอกเงื่อนไขอะไรบ้าง แต่กำลังบอกว่าคุณจะสูญเสียอะไรไปบ้างสิ่งที่คนเรามักจะทุ่มเทกับการรักษาไว้ที่สุดอีกอย่างนึงนั่นคือการรักษาสถานะทางสังคมของตนเอง เพราะการถูกเหยียดหยาม ว่าเราถอยหลังลงคลอง หรือไม่ใช่กลุ่มชนชั้นเดียวกันจากใครสักคนนับเป็นเรื่องโหดร้ายต่อสภาพจิตใจ นี่คือเคล็ดลับของสินค้า Limited Edition ที่ส่งเสริมอำนาจและบ่งบอกชนชั้นของผู้ครอบครอง ถ้าจะย่อยเรื่องนี้ให้ใกล้ตัวและเข้าถึงได้ คงจะเป็น Youtube Premium ที่หากมือถือคุณกำลังเปิดเพลงอยู่แล้วมีโฆษณาแทรกเข้ามา จะมีเสียงแว่วลอยมาว่า “เนี่ย พวกไม่ใช้ Premium” มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องขำขัน แต่มันทำให้เราดูไม่ Privilege และแน่นอนว่าจะไม่มีครั้งที่ 2 เพราะการต่ออายุ Youtube Premium ของคุณจะต่อเนื่อง ยาวนาน อัตโนมัติ โดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียว LOSS AVERSION นี่เป็นกลไกตลาด และกุญแจแห่งความขับเคลื่อนชีวิต ให้คุณใช้ชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ และหาเงินมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้คุณสูญเสียอะไรในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของใดๆ หรือแม้แต่ประสบการณ์ คนเรามีแนวโน้มที่จะซื้อรถที่ Segment สูงขึ้นเรื่อยๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะขาย Camry ปี 2018 มาซื้อ Altis ปีล่าสุด หากคุณจะซื้อรถใหม่ อย่างน้อยๆ ต้องเป็น Camry ปี 2023 หรือเหนือกว่านั้นคุณอาจจะขยับระดับไปหารถยุโรปมือสองด้วยซ้ำ เนื่องจากคุณไม่ต้องการสูญเสียความสะดวกสบาย แรงม้า อัตราเร่ง ของ Camry ที่คุณมีไป แต่สิ่งสำคัญที่คุณไม่ต้องการสูญเสียจริงๆ คือ ภาพลักษณ์ของคนสูญเสีย นั่นเอง คนเราจะคิดเสมอ ว่าคนจะคิดอย่างไรต่อสิ่งที่เราทำ และการถอยหลังไปสู่รถ Segment ต่ำกว่า นับเป็นการสูญเสียทางสังคมรูปแบบหนึ่งนั่นเอง LOSS AVERSION แฝงอยู่ในทุกกระบวนการตัดสินใจของมนุษย์ นักการตลาดที่ดีจะเลือกใช้จุดนี้มาทำการตลาด และกระตุ้นให้ผู้คนรู้สึกว่า “กำลังจะสูญเสีย” หากไม่เลือกซื้อสินค้าหรือบริการของเขาเหล่านั้น คุณละ ? เคยรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสีย จนต้องควักเงินจ่ายเพื่อป้องกันการสูญเสีย โดยที่สุดท้ายแล้ว การสูญเสียนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นรึเปล่า? ถ้าเป็นอย่างนั้น แสดงว่าคุณเองคงต้องเคยซื้อประกัน แม้การประกันภัยจะเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดีที่สุดรูปแบบหนึ่งแต่ปฏิเสธไม่ได้ ว่าการประกันนั้นเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความกลัวที่จะสูญเสียของมนุษย์ เราจ่ายเบี้ยประกัน จำนวนมาก และไม่อยากจะได้ผลประโยชน์จากประกันนั้นด้วยซ้ำ นั่นก็เป็นเพราะว่าหากเราได้รับประโยชน์จากประกัน คือ เราได้สูญเสียสิ่งใด สิ่งหนึ่งไปแล้วคุณล่ะ กลัวที่จะสูญเสียอะไร จนต้องควักเงินออกมาจ่ายเพื่อป้องกันการสูญเสียบ้าง?
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=398431035874947&set=a.192232826494770
Leave a Reply