
กล่าวคือ ไขมันที่เก็บไวัในเนื้อเยื่อไขมัน ในฟอร์มของ ไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglyceride-TG)
เมื่อถูกสลายออกมาจาก เซลล์ไขมัน จะได้ กรดไขมัน (fatty acid-FA) และ กลีเซอรัล กลีเซอรัล – เอาเข้าตับไปสร้างเป็นน้ำตาลกลูโคสเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด (gluconeogenesis) กรดไขมัน – นำเข้าเซลล์ต่างๆ เพื่อไปใช้เป็นเชื้อเพลิง สร้าง ATP โดยต้องเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของ Acetyl-CoA ในไมโตคอนเดรีย โดยกระบวนการที่เรียกว่า เบต้าออกซิเดชั่น (Beta-Oxidation) Acetyl-CoA ที่เกิดขึ้นจากการกระบวนการดังกล่าว ส่วนหนึ่งจะเปลี่ยนไปเป็น คีโตน (Ketone body – Acetoacetate/Betahydroxybutyrate) แล้วแพร่ออกนอกเซลล์ ลอยไปตามกระแสเลือด ไปให้เซลล์ต่างๆ ที่มี ไมโตคอนเดรีย ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการสร้าง ATP ได้
การมี คีโตนเกิดขึ้นดังกล่าว เราเรียกว่า Nutrional ketosis
ตัวอย่างเช่น เซลล์สมอง มี ไมโตคอนเดรีย แต่ใช้ FA ไม่ได้ เพราะมี ตัวขวางนั่นคือ Blood-Brain Barrier (BBB) ดังนั้น นอกจากน้ำตาลแล้ว สมองก็จะใช้ คีโตน นี่แหละครับ เป็นเชื้อเพลิงสร้าง ATP ให้เซลล์ในช่วงแรกของการมีคีโตนเกิดขึ้น ร่างกายยังใช้ คีนโตน ได้ไม่เก่ง หรือ เรียกว่ายังไม่มี Keto-Adaptation อันเนื่องมาจาก กระบวนการทางเอนไซม์นี้ถูกปิดตายมากนานจึงต้องใช้เวลา ในการปรับตัวทำให้ช่วงแรก คีโตนเหล่านี้ ถูกขับออกมาจาก ทางเดินปัสสาวะ และ ลมหายใจ
ซึ่งเราสามารถตรวจจากปัสสาวะได้ตามภาพซ้ายมือ โดยใช้ Strip ตรวจคีโตนในปัสสาวะ
ในภาพก็จะปรากฎผล 4+ ซึ่งค่อนข้างมาก (ภาพนี้เป็นภาพผลตรวจของผมที่บันทึกไว้ในช่วงที่เริ่มเข้าสู่ 16/8+ reduced carb 100 กรัม/วัน มาประมาณ 1เดือน) ส่วนทางขวามือ คือ เครื่องวัดคีโตนที่ออกมาจากลมหายใจ ซึ่งทำพร้อมๆกันกับช่วงเวลาที่ตรวจปัสสาวะ ก็จะพบคีโตนออกมา 20 ppm ผมเป็นคนที่มีมีภาวะดื้ออินซูลินมาก่อนจึงใช้เวลานานถึง 1 เดือนกว่าจะเริ่มปรากฎ การมีคีโตน ตามภาพ ซึ่งใน 1 เดือนนั้น ผมไม่มีคำว่า Cheat Day เลยนะครับ (จะ Cheat อะไรอีก แค่รอดจากวันนั้นมาได้ ก็ถือว่า Cheat ความตายมาแล้ว)
เมื่อเราคงการรับประทานในแบบเดิมต่อเนื่องประมาณ 1 เดือนนับจากเริ่มมี คีโตน ร่างกายเราก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า Keto-adaptation หรือ พูดง่ายๆก็คือ ใช้ คีโตนเก่งขึ้น
ตอนนั้น ปริมาณ คีโตนในปัสสาวะ และ ลมหายใจจะลดลงอย่างน่าตกใจ
(ฉันทำอะไรผิดไป หรือเปล่า ไม่หรอกครับ) แต่ที่น่าตกใจไปกว่าก็คือ บางวันทั้ง วันคุณจะหิวเพียง 1 ครั้ง หรือ บางที 48 ชม.แล้ว ยังไม่หิวเลย กินน้ำไปเรื่อยๆ เดินดูคนไข้ใน ICU ได้ เหมือนอิ่มตลอดเวลา ไม่มีง่วง ไม่มีเหนื่อย บางช่วงคึก ดีด นอนไม่หลับก็มีครับ ในความเป็นจริง คุณไม่ต้องตรวจแบบผมก็ได้ครับ ให้สังเกตุ ร่างกายเอาแต่อย่างที่ผมบอก ผมชอบทดลอง ชอบบันทึกครับ เพราะมันทำให้เรา “เห็นภาพจริง” เวลามาเล่าต่อ จึงสามารถเล่าได้เต็มปาก เพราะ ทำเอง จดเอง
โดยสรุป >> nutritional ketosis เป็นสัญญาณที่บอกว่าเราสามารถสลายไขมันมาใช้ได้
และการจะเกิดภาวะดังกล่าวได้ คุณต้อง
1. มีวินัย ควบคุมเวลากิน-งดกิน / ปริมาณคาร์บที่กิน
2. มีความต่อเนื่อง เพราะของพวกนี้ไม่ได้เกิด 1-2 วัน แต่ลากกันเป็นอาทิตย์ อย่างป่วยดื้ออินซูลินแล้วแบบผมนี่ลากกันเกือบ 1 เดือน
โดย คีโตน จะตรวจเจอได้ในปัสสาวะ/ลมหายใจ ปริมาณมากช่วงแรกแต่ต่อมาพอร่างกายปรับตัวได้ ปริมาณที่ตรวจพบจะลดลง แต่ ร่างกายจะสดชื่นขึ้น หิวน้อยลงจนกินมื้อเดียวสบายๆ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=269997176011217&set=a.110598031951133
Leave a Reply