Revenge Bedtime Procrastination เมื่อคุณเลือกแก้แค้นเวลาด้วยการอดนอน

คุณตื่นตอนแปดโมงเช้าออกไปทำงานให้ทันเวลาสิบโมง นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เกือบตลอดวันกินอาหารสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ ดื่มน้ำจากตู้กดหน้าแผนก หันไปคุยกับเพื่อนร่วมงานที่หน้าตาดูเหนื่อยล้าไม่ต่างกันก่อนที่เวลาจะเดินไปถึงหนึ่งทุ่มสิบห้านาที นั่นคือเวลาที่คุณรอคอยเวลาเลิกงานแต่แทนที่จะเข้านอนเพื่อพักผ่อน คุณกลับเลือกที่จะเล่นเกม ดูซีรีส์ หรือไถโทรศัพท์อ่านดราม่าจนล่วงเลยไปถึงตีสองตีสามรู้ตัวอีกทีก็ตีห้าแล้วต้องรีบเตรียมตัวไปทำงานวนลูปซ้ำๆจนกลายเป็นเรื่องปกติ แล้วทำไมเราถึงยอมสละเวลานอนเพื่อทำสิ่งเหล่านี้?

รู้จัก Revenge Bedtime Procrastination การแก้แค้น เวลาที่ถูกช่วงชิง

พฤติกรรมนี้มีชื่อเรียกทางจิตวิทยาว่า Revenge Bedtime Procrastination หรือ “การผัดวันประกันพรุ่งก่อนนอน” ซึ่งเป็นภาวะที่เราเลือกจะลดเวลานอนเพื่อทำสิ่งที่อยากทำ เพราะรู้สึกว่าไม่มีเวลาสำหรับตัวเองในช่วงกลางวัน คนที่ประสบปัญหานี้มักรู้ดีว่าการนอนน้อยไม่ดีต่อสุขภาพแต่ก็ยังเลือกทำกิจกรรมต่างๆในช่วงดึกเพราะรู้สึกว่าวันทั้งวันหมดไปกับภาระหน้าที่จนไม่ได้ใช้เวลากับสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆแทนที่จะเป็นการ “แก้แค้น” ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จริงๆแล้วมันอาจเป็นเพียงการพยายาม “ชดเชย” เวลาที่สูญเสียไปให้กับงานหรือความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพฤติกรรมนี้ถึงแพร่หลาย โดยเฉพาะในยุคที่ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานเต็มไปด้วยความเครียดและตารางงานแน่นขนัด

ทำไมเราถึงตกอยู่ในวังวนนี้?

แม้ว่าพฤติกรรมนี้จะถูกพูดถึงมากขึ้นหลังจากยุคโควิด-19 ที่เวลาทำงานและเวลาส่วนตัวเริ่มเบลอ แต่ Revenge Bedtime Procrastination ยังคงเป็นหัวข้อใหม่ในแวดวงวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาการนอนเนื่องจากเป็นพฤติกรรมการอดนอนแบบ “สมัครใจ” ซึ่งแตกต่างจากอาการนอนไม่หลับที่เกิดจากความเครียดโดยตรงมีแนวคิดที่พยายามอธิบายสาเหตุของพฤติกรรมนี้ได้หลายแนวทาง เช่น

  1. ความสามารถในการควบคุมตนเองลดลง ความเหนื่อยล้าทั้งวันส่งผลต่อการควบคุมพฤติกรรม ทำให้เราห้ามตัวเองจากสิ่งล่อลวงได้ยากขึ้น เช่น การเลื่อนดูโซเชียลมีเดียหรือเล่นเกมจนลืมเวลา
  2. ความเคยชินกับการนอนดึก คนที่มีตารางเวลานอนที่ไม่สม่ำเสมออาจคุ้นเคยกับการนอนดึกจนกลายเป็นนิสัย ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่า “การได้ทำสิ่งที่ชอบก่อนนอน” คือการให้รางวัลกับตัวเอง
  3. แรงกดดันในชีวิตประจำวัน ผู้ที่มีความเครียดสูงมักจะใช้ช่วงเวลากลางคืนเป็นโอกาสในการปลดปล่อยและพักผ่อน แม้ว่าจะเป็นการพักผ่อนที่ต้องแลกมากับการอดนอนก็ตาม

ใครเสี่ยงต่อพฤติกรรมนี้มากที่สุด?

งานวิจัยจาก Bedtime procrastination, sleep-related behaviors, and demographic factors in an online survey on a Polish sample ที่เผยแพร่ในปี 2019 พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มจะมีพฤติกรรม Revenge Bedtime Procrastination มากกว่าผู้ชาย เนื่องจากพวกเธอมักมีภาระหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานและครอบครัวสูงกว่า และยังมีแนวโน้มที่จะเป็นคนชอบผัดวันประกันพรุ่งอยู่แล้วเป็นทุนเดิมนอกจากนี้ ระดับความเครียดในแต่ละวันยังส่งผลโดยตรงต่อการเลือกใช้เวลานอนทำสิ่งอื่นแทน ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวคิดที่ว่า “การเบียดเบียนเวลานอน” เป็นการพักผ่อนทางใจรูปแบบหนึ่ง

พฤติกรรมนี้ส่งผลเสียอย่างไร?

แม้ว่า Revenge Bedtime Procrastination จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็น “เวลาส่วนตัว” ที่คุณสามารถใช้ได้อย่างอิสระ แต่มันก็นำไปสู่ปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น

  • อาการปวดศีรษะจากการนอนไม่พอ
  • ความดันโลหิตสูงจากความเครียดสะสม
  • สมองทำงานช้าลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  • ระบบย่อยอาหารแปรปรวนจากพฤติกรรมอดนอน
  • ภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความสัมพันธ์กับผู้อื่น

ที่สำคัญคือ วงจรของ Revenge Bedtime Procrastination มักจะต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนทำให้สุขภาพเสียหายโดยที่เราไม่รู้ตัว

วิธีแก้ไขนอนอย่างมีคุณภาพ และยังมีเวลาส่วนตัว

หากคุณต้องการหลุดพ้นจากพฤติกรรมนี้ลองใช้วิธีต่อไปนี้

  1. จัดตารางเวลาที่สมดุล จัดสรรเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวให้ชัดเจนโดยให้แน่ใจว่ามีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอ
  2. สร้างกิจวัตรก่อนนอนที่ดี หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนอย่างน้อย 30-60 นาที
  3. ฝึกฝนการควบคุมตนเอง หากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายโดยไม่ทำให้คุณอดนอน เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำสมาธิ
  4. ลดความเครียดระหว่างวัน การออกกำลังกายและการทำกิจกรรมที่ชอบในช่วงกลางวันสามารถช่วยให้คุณรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้อง “ชดเชย” เวลาที่เสียไปตอนกลางคืน
  5. ตั้งเป้าหมายการนอน ใช้แอปพลิเคชันติดตามการนอนหรือบันทึกเวลานอนของตัวเอง เพื่อช่วยให้คุณตระหนักถึงปริมาณการนอนที่เหมาะสม

บทสรุปนอนดีขึ้นใช้ชีวิตดีขึ้น

Revenge Bedtime Procrastination เป็นปัญหาที่หลายคนประสบโดยไม่รู้ตัวการอดนอนเพื่อใช้เวลาส่วนตัวอาจดูเหมือนเป็นทางออกที่ดี แต่ในระยะยาวมันกลับสร้างปัญหาสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานให้แย่ลง ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าเวลากลางวันถูกช่วงชิงไปจนต้องทดแทนมันในเวลากลางคืนลองปรับเปลี่ยนตารางเวลาของคุณให้เหมาะสมและให้เวลากับตัวเองในช่วงที่ไม่ต้องแลกมาด้วยสุขภาพของคุณเอง


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *