
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโลกโซเชียลได้เกิดคำศัพท์ใหม่ที่สะท้อนทัศนคติของคนรุ่นใหม่ต่อชีวิตการทำงานและความสัมพันธ์คำว่า “Shrekking” กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะในหมู่คนรุ่น Gen Z ซึ่งใช้คำนี้อธิบายการเลือกทำสิ่งที่ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเองไม่ว่าจะเป็นการเลือกงานหรือการออกเดทเพื่อแลกกับความสบายใจความมั่นคงหรือความปลอดภัยทางอารมณ์คำว่า Shrekking ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Shrek ที่ออกฉายในปี 2001 ซึ่งเล่าเรื่องของยักษ์เขียวผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายและไม่ได้ยึดติดกับภาพลักษณ์หรือมาตรฐานแบบเจ้าชายในนิทานแม้จะเป็นตัวละครที่ดูไม่สมบูรณ์แบบตามค่านิยมทั่วไปแต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นฮีโร่ของเรื่องแนวคิดนี้จึงถูกหยิบยกมาเปรียบเปรยกับการตัดสินใจในชีวิตจริงของผู้คนยุคปัจจุบัน
จากการออกเดทสู่แนวคิดการใช้ชีวิต
เดิมทีคำว่า Shrekking ถูกใช้ในบริบทของความรักโดยหมายถึงการออกเดทกับคนที่อาจไม่ได้ตรงกับ “สเปกในฝัน” ของเราแต่เลือกคบเพราะหวังว่าความสัมพันธ์นั้นจะมั่นคงหรือได้รับการปฏิบัติที่ดีมากกว่าแนวคิดนี้สะท้อนความจริงที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับการตามหาคนที่สมบูรณ์แบบและหันมาให้ความสำคัญกับคุณสมบัติอื่นๆมากขึ้น เช่น ความจริงใจความเคารพ และความเข้าใจซึ่งข้อมูลจากแอปหาคู่ Tinder พบว่าคนโสดให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ (79%) และความเคารพ (78%) มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเสียอีกอย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ก็มีข้อถกเถียงเช่นกันเพราะบางคนมองว่าการลดมาตรฐานของตนเองเพื่อคบใครบางคนอาจสะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลและอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกมองว่าด้อยกว่า
Shrekking ในโลกการทำงาน
นอกจากเรื่องความรักแล้วแนวคิด Shrekking ยังขยายมาสู่โลกของการทำงานโดยหมายถึงการที่คนจำนวนไม่น้อยเลือกทำงานที่ต่ำกว่าศักยภาพหรือวุฒิการศึกษาของตนเองปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาท่ามกลางตลาดแรงงานที่แข่งขันสูงและไม่แน่นอนรายงานหลายฉบับพบว่าจำนวนประกาศรับสมัครงานทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลังปี 2024 ทำให้ผู้สมัครจำนวนมากต้องปรับความคาดหวังของตนเองข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ทำงานยอมรับว่างานปัจจุบันของพวกเขาไม่ได้อยู่ในเส้นทางอาชีพที่ฝันไว้ ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลโดย Federal Reserve Bank of New York พบว่า 41.2% ของผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีในช่วงอายุ 20–25 ปี เริ่มต้นทำงานในตำแหน่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิการศึกษาในระดับนั้นสำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งงานที่ให้ความมั่นคงรายได้สม่ำเสมอและความเครียดต่ำอาจมีความสำคัญมากกว่าตำแหน่งที่ดูหรูหราแต่เต็มไปด้วยความกดดัน
ทำไมคนรุ่นใหม่จึงยอมลดมาตรฐาน
นักจิตวิทยามองว่าการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ต่ำกว่าความสามารถของตนเองไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นขาดความทะเยอทะยานแต่เป็นกลไกการป้องกันตัวเองจากความไม่แน่นอนในชีวิต เช่นความกลัวการถูกปฏิเสธความเสี่ยงจากการเปลี่ยนงาน หรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Personality and Social Psychology ระบุว่า ระดับความภาคภูมิใจในตนเองมีผลต่อพฤติกรรมการรับความเสี่ยงคนที่มีความมั่นใจในตนเองสูงมักกล้ารับความท้าทายมากกว่าในขณะที่คนที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงมักเลือกอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แม้ว่าจะทำให้โอกาสเติบโตลดลงก็ตาม
เซฟโซนที่อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป
แม้ว่าการเลือกงานที่ไม่กดดันจะช่วยลดความเครียดได้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็เตือนว่าการอยู่ใน “เซฟโซน” นานเกินไปอาจทำให้เกิดความรู้สึกหมดไฟได้เช่นกันเพราะการไม่ได้ใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่อาจทำให้เกิดความรู้สึกไร้แรงจูงใจและขาดความหมายในชีวิตการทำงาน
บทเรียนจากเทรนด์ Shrekking
กระแส Shrekking จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมในสังคมยุคใหม่ที่คนจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตความสมดุลของชีวิตและความมั่นคงมากกว่าการไล่ตามภาพความสำเร็จแบบเดิมอย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการปรับความคาดหวังในชีวิตเป็นเรื่องที่ดีแต่ควรทำอย่างสมดุลไม่ใช่การลดคุณค่าของตนเองเพราะในระยะยาวการพัฒนาทักษะและการเปิดรับโอกาสใหม่ๆยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตการทำงานและความสัมพันธ์เติบโตอย่างยั่งยืน
Leave a Reply