
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายคนเริ่มพูดถึงปัญหา “Student Disengagement” หรือภาวะที่นักเรียนถอยห่างจากการเรียนรู้ โดยแสดงออกในรูปแบบของความไม่สนใจในชั้นเรียนขาดแรงจูงใจในการศึกษาและมีพฤติกรรมหนีออกจากกิจกรรมทางการศึกษา หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพราะ “เด็กเปลี่ยนไป” แต่ล่าสุดงานวิจัยหลายชิ้นกลับชี้ชัดว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากเด็กไม่ตั้งใจหรือมีนิสัยที่เปลี่ยนไปในทางลบแต่เป็นเพราะ “โลกเปลี่ยน” ในขณะที่ “โรงเรียนไม่เปลี่ยน” อย่างแท้จริง
โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
หลังวิกฤตโควิด-19 โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งด้านเทคโนโลยี การสื่อสารและวิธีการเรียนรู้เด็กและเยาวชนในยุคนี้ต้องเผชิญกับความเครียดความกังวลและความไม่แน่นอนในชีวิตมากขึ้นโดยเฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพจิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน เช่น ภาวะซึมเศร้าวิตกกังวลและความรู้สึกโดดเดี่ยวในขณะเดียวกันวิธีการเรียนรู้แบบเดิมๆที่เน้นการท่องจำการสอบและการเรียนในห้องเรียนแบบเดิมกลับไม่ได้ตอบโจทย์กับโลกยุคใหม่และความต้องการของเด็กในปัจจุบัน
โรงเรียนยังไม่ปรับตัวพอ
หลายโรงเรียนยังคงใช้ระบบการเรียนการสอนแบบเดิมที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ
- การส่งเสริมทักษะชีวิต
- การพัฒนาสุขภาพจิต
- การใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์
- และการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
นั่นทำให้เด็กหลายคนรู้สึกว่าโรงเรียนกลายเป็นสิ่งที่ “ไกลตัว” และ “ไม่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง” ส่งผลให้เกิดความรู้สึกถอยห่างจากการเรียนรู้ หรือ “disengagement”
สุขภาพจิตเยาวชนกับการเรียนรู้
งานวิจัยพบว่าสุขภาพจิตที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เด็กมีแรงจูงใจและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ แต่เมื่อเยาวชนเผชิญกับความเครียดและความวิตกกังวลอย่างหนักในช่วงโควิด-19
โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็ส่งผลให้เกิดการถอยห่างทางการเรียนรู้และมีปัญหาพฤติกรรมตามมา
ทางออกและแนวทางสำหรับการแก้ไข
- ปรับระบบการเรียนรู้ให้ทันสมัยและยืดหยุ่นมากขึ้น
โรงเรียนควรนำเทคโนโลยีและวิธีการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เข้ามาประยุกต์ใช้
เช่น การเรียนรู้ผ่านโครงการจริง การทำงานเป็นทีม และการสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียน - ส่งเสริมสุขภาพจิตของนักเรียน
ควรมีการให้คำปรึกษาและดูแลจิตใจอย่างจริงจังในโรงเรียน รวมถึงการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยทางอารมณ์และสนับสนุนให้เด็กแสดงออกถึงความรู้สึกได้อย่างเปิดเผย - สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน
ให้ผู้ปกครองและชุมชนร่วมมือกับโรงเรียนในการดูแลและสนับสนุนเด็กอย่างใกล้ชิด - ฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่
เช่น ทักษะการแก้ปัญหาการคิดวิเคราะห์ และความยืดหยุ่นทางอารมณ์ เพื่อเตรียมเด็กให้พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ปัญหา “Student Disengagement” ไม่ใช่ปัญหาของเด็กคนใดคนหนึ่งแต่เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนในสังคมตระหนักว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้วแต่ระบบการศึกษาของเรายังไม่ก้าวตามให้ทันถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อให้โรงเรียนตอบโจทย์เยาวชนในยุคใหม่
เด็กๆจะยิ่งถอยห่างจากการเรียนรู้และส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาวเราทุกคนจึงต้องร่วมมือกันสร้างการเรียนรู้ที่ไม่ใช่แค่ “การเรียนในห้องเรียน” แต่เป็นการเตรียมพร้อมทั้งด้านความรู้และจิตใจให้เด็กๆได้ก้าวสู่โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างมั่นใจและเข้มแข็ง
Leave a Reply