Work-life fit เทรนด์การจัดระเบียบเวลาแบบใหม่ที่จะปรับงานให้เข้ากับชีวิตได้ดีกว่าเดิม

ในปัจจุบัน ชีวิตประจำวันของมนุษย์ออฟฟิศหลายๆคนนั้น เรียกได้ว่าหนักหน่วงไม่ใช่เล่นๆ ทั้งการเต็มที่กับการทำงานแบบอันลิมิตหรือจะเป็นการใช้ชีวิตที่ไม่มีคำว่าแผ่วก็ตามแม้การเต็มที่กับการทำทุกๆสิ่งจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็อาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่ายๆ เช่นกันยิ่งกับโลกที่ถูกวัดค่าด้วย ‘ความสำเร็จ’ ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้บางคนต้องทุ่มเทกับการทำงานมากยิ่งขึ้น จนละเลยช่วงเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตของตัวเองไปทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่ย่ำแย่ลงความไม่สมดุลนี้ ทำให้เกิดเทรนด์การทำงานที่เรียกว่า ‘Work-life balance’ หรือการหาความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวขึ้นมา โดยคำว่า ‘สมดุล’ นี้ก็แปลว่าเราจะต้องทำงานและใช้ชีวิตด้วยเวลาที่เท่าๆกันอย่างเคร่งครัด แต่ในความเป็นจริง Work-life balance เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะบางครั้ง เงื่อนไขชีวิตของเราในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน เพราะบางวันเราอาจต้องใช้เวลาหรือความพยายามในการทำงานมากกว่าปกติ และบางวัน เราก็ต้องการใช้เวลาสำหรับชีวิตส่วนตัวให้มากขึ้นนั่นเอง วันนี้ จะขอพาทุกคนมารู้จักเทรนด์การทำงานแบบใหม่อย่าง ‘Work-life fit’ เทรนด์การทำงานที่จะช่วยจัดระเบียบชีวิตของเราให้ง่ายกว่าเดิมไปอ่านกันเลย! Work-life fit คืออะไร? Work-life fit หมายถึง การเชื่อมโยงชีวิตการทํางานและชีวิตส่วนตัวของพนักงานเข้าด้วยกัน โดยที่ทั้งสองกิจกรรมนั้นจะดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อกันและกัน Work-life fit VS Work-life balance
Work-life fit เป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและเป็นปัจเจกมากกว่า เมื่อเทียบกับ Work-life balance ที่หมายถึงการแบ่งแยกระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวอย่างชัดเจน โดยคำว่า ‘fit’ ในที่นี้ บ่งบอกถึงเป้าหมายในการกำหนดค่าที่ ‘เหมาะสม’ กับความต้องการและลำดับความสำคัญเฉพาะ โดยตระหนักว่าความสมดุลอาจไม่เท่ากันเสมอไปและอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลประโยชน์ของ Work-life fit มีความสำคัญต่อทั้งพนักงานและองค์กร พนักงานที่มี Work-life fit ที่ดี จะมีสุขภาพดีทั้งกายใจลดความเครียดและความเหนื่อยหน่าย มีความสุข สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งผลดีต่อองค์กรในด้านต่างๆ เช่น ผลงานมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจให้กับพนักงาน ช่วยดึงดูดและลดอัตราการลาออกของพนักงานได้ ปรับชีวิตให้เป็น Work-life fit
1. มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สำคัญกำหนดสิ่งที่สำคัญที่สุดทั้งในอาชีพการงานและชีวิตส่วนตัวของเรา (เป้าหมาย ความปรารถนา)
2. ประเมินตัวเองมองหาสไตล์การทำงานที่เหมาะกับตัวเอง เช่น การทำงาน WFH การทำงานแบบไฮบริด) รวมไปถึงมองหาจุดที่ทำให้เรามีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด เช่น เวลา สถานที่
3. อย่าลืมครอบครัวเราสามารถเพิ่ม ‘ครอบครัว’ ลงในสมการชีวิตการทำงานเพื่อเสริมสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพและงานอดิเรก
4. ปรับชีวิตการทำงานให้เข้ากับชีวิตส่วนตัวปรับแต่งงานให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิต ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถประสบความสำเร็จในทุกด้าน
5. การค้นหาสิ่งที่เหมาะสมมองหาบริษัทที่สนับสนุนแผนการผสมผสานชีวิตการทำงานส่วนตัวของเรา
ออฟฟิศก็ช่วยพนักงานได้เหมือนกัน การเปลี่ยนไปใช้ Work-life fit นั้น ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงนี้
1. จัดเตรียมการทำงานที่ยืดหยุ่น ใช้ตัวเลือกต่างๆ เช่น การทำงานทางไกล การลดวันทํางานในแต่ละสัปดาห์การจ้างพนักงานพาร์ตไทม์มา โดยให้พนักงานช่วยงานตามแผนกต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตารางเวลาให้เหมาะกับการใช้ชีวิตได้
2. การสนับสนุนส่วนบุคคล มีส่วนร่วมในการสนทนาแบบตัวต่อตัวกับพนักงาน เพื่อทำความเข้าใจในความต้องการ โดยให้การสนับสนุนส่วนบุคคลเพื่อปรับสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานที่ปรับให้เหมาะสม
3. ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี มอบอุปกรณ์ เทคโนโลยีต่างๆแก่พนักงาน จะทำให้กระบวนการทำงานง่ายขึ้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการงานและชีวิตส่วนตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
4. จัดการฝึกอบรมด้านการจัดการลงทุนในการฝึกอบรมสำหรับผู้จัดการเพื่อรองรับความต้องการที่เหมาะกับชีวิตการทำงานและชีวิตเฉพาะของแต่ละทีม ซึ่งผู้จัดการจะต้องสนับสนุนความคิดริเริ่มเหล่านี้อย่างจริงจัง โดยนำเป็นตัวอย่างเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับชีวิตการทำงานเทรนด์ Work-life fit นั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการจัดระเบียบชีวิตให้มีแบบแผน ซึ่งช่วยให้เราสามารถเต็มที่กับการทำงาน และยังมีเวลาให้กับการใช้ชีวิตในแต่ละวันอีกด้วย การจัดสรรสิ่งต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์จะทำให้เรามีความสุขมากยิ่ง ไม่เบื่อหน่ายกับการทำงานหรือใช้ชีวิตไปวันๆท้ายที่สุดแม้จะชอบทำงานมากแค่ไหน แต่ก็อย่าลืมที่จะหันกลับดูแลตัวเองทั้งกายใจเพื่อที่จะสามารถสู้กับงานต่อได้ท่องไว้ งานไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต (แต่ทำแล้วได้เงินนะ ) เขียนโดย ชนัญชิดา พลอยพลาย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/futuretrends.th


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *