
เมื่อกลางเดือน ตุลาคม 2568 (12 ตุลาคม 2025) World Health Organization ได้เผยแพร่ Global Status Report on Neurology ซึ่งเป็น “รายงานสถานะทั่วโลกเกี่ยวกับโรคทางระบบประสาท” ฉบับแรกที่ประเมินการตอบสนองด้านสุขภาพสาธารณะของประเทศสมาชิกต่อกลุ่มโรคทางระบบประสาทอย่างครบถ้วน ในรายงานนี้ WHO ระบุว่าโรคทางระบบประสาทครอบคลุมคนทั่วโลกมากกว่า กว่า 40% ของประชากร หรือมากกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลกแล้ว โรคเหล่านี้ส่งผลให้มีการเสียชีวิตมากกว่า 11 ล้านคนต่อปี แต่กลับพบว่า “น้อยกว่า 1 ใน 3 ของประเทศทั่วโลก” มีนโยบายระดับชาติในการรับมือกับโรคทางระบบประสาทอย่างเป็นระบบโดยในรายงานระบุว่าในปี 2564 (หรือปีล่าสุดที่มีข้อมูลครบ) โรคทางระบบประสาท 10 ภาวะสำคัญที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตและความพิการ ได้แก่
- โรคหลอดเลือดสมอง (stroke)
- ภาวะสมองในทารกแรกเกิด (neonatal encephalopathy)
- ไมเกรน (migraine)
- โรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมอื่นๆ (Alzheimer’s disease and other dementias)
- โรคเส้นประสาทอักเสบจากเบาหวาน (diabetic neuropathy)
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitis)
- โรคลมบ้าหมูแบบไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic epilepsy)
- ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการคลอดก่อนกำหนด (neurological complications of preterm birth)
- โรคออทิสติกสเปกตรัม (autism spectrum disorders)
- มะเร็งของระบบประสาท (cancers of the nervous system)
เหตุผลที่ต้องเร่งดำเนินการ
- ตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง ซึ่งมีทรัพยากรด้านระบบบริการสุขภาพและบุคลากรเฉพาะทางน้อยมาก
- แม้จะมีการลดอัตราต่อ ประชากรบางโรคได้ในบางประเทศ แต่เมื่อดูจำนวน “ผู้ป่วย” และ “ปีชีวิตที่สูญเสีย (DALYs)” แล้วกลับเพิ่มขึ้นตามการเจริญเติบโตของประชากรและอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น
- หากไม่ดำเนินการเชิงระบบอัตราความพิการและการเสียชีวิตจากโรคทางระบบประสาทจะยังคงเพิ่มขึ้น และจะเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศอย่างรุนแรง
ข้อเสนอ 4 ด้านหลักเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพสมอง
ในรายงาน WHO ให้ข้อเสนอแนะว่าควรมุ่งดำเนินการใน 4 ด้านหลัก ต่อไปนี้ (ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการระดับโลกของ WHO ด้านโรคทางระบบประสาท)
- การกำกับดูแลและนโยบาย (Governance & Advocacy) ประเทศต่างๆ ควรมีนโยบายแห่งชาติหรือแผนกลยุทธ์สำหรับโรคทางระบบประสาท รวมทั้งมีการจัดสรรงบประมาณและบุคลากรที่เหมาะสม
- การให้บริการการรักษาและบุคลากร (Service delivery & Workforce) พัฒนาระบบสุขภาพให้ครอบคลุมทั้งการวินิจฉัย-รักษา-ฟื้นฟูโรคทางระบบประสาท พร้อมมีบุคลากรเฉพาะทางที่เพียงพอ
- การเข้าถึงยาเทคโนโลยีและข้อมูล (Access to medicines & Technologies; Research & Information systems) ต้องมั่นใจว่าผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาและเทคโนโลยีที่จำเป็น รวมทั้งมีระบบข้อมูลและงานวิจัยสนับสนุน
- การส่งเสริมสุขภาพสมองและการป้องกัน (Brain health promotion & prevention) ไม่เพียงรักษาเมื่อป่วยแล้วแต่ต้องเน้น “ป้องกันก่อน” และส่งเสริมสุขภาพสมองในทุกช่วงวัย
สิ่งที่ประเทศไทย/ประชาชนทั่วไปควรรับรู้
- จากข้อมูล WHO โรคทางระบบประสาทไม่ได้เป็นเรื่อง “เฉพาะผู้สูงอายุ” เท่านั้นแต่มีผลกับประชากรทุกช่วงอายุและทุกภูมิภาค
- แม้ไทยอาจมีบริการทางระบบประสาทอยู่บ้างแล้วแต่การมี “นโยบายแห่งชาติ” ที่ครอบคลุมโรคทางระบบประสาทอย่างเป็นระบบยังจำเป็นอย่างยิ่ง
- ในระดับบุคคลแม้จะไม่สามารถควบคุมปัจจัยทั้งหมดได้ แต่สามารถเริ่มจากการดูแลสุขภาพทั่วไป เช่น การควบคุมน้ำตาล ความดันโลหิตเลี่ยงการสูบบุหรี่/ดื่มหนักออกกำลังกาย ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคทางระบบประสาทหลายโรค
- สำหรับผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทหรือมีความเสี่ยงสูงควรได้รับการดูแลก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน และควรมีการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม
Leave a Reply